พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงชื่อนัดชิงยูโร 2020 จะต้องแข่งขันใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2020 ที่ผลสรุปเป็น ทีมชาติอิตาลี ดวลจุดโทษชนะ ทีมชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความสิ้นหวังของกองเชียร์สิงโตคำรามในสนามเวมบลีย์

ปัจจุบัน มีแถลงการณ์ว่าแฟนบอลทีมชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมเซ็นอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำรีแมตช์นัดหมายชิงชนะเลิศใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้วินิจฉัยไม่ยุติธรรม

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินคนเนเธอร์แลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นพูดว่าวินิจฉัยบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรจะให้ใบแดงแต่ก็ให้เพียงแค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ควรจะเป็นใบแดงเช่นกัน

จนกระทั่งในขณะนี้ มีแฟนบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมเซ็นใน change.org เว็บที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้ชิงชัยกันใหม่อีกรอบ ซึ่งนอกเหนือจากพวกเขาคิดว่าผู้ตัดสินเป่านกหวีดแบบไม่เป็นธรรมแล้ว ยังเจาะจงเพิ่มเพราะว่า ทีมชาติอิตาลีเล่นแรงเกินไป โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม การร่วมเซ็นคราวนี้คงเป็นได้เพียงแต่การแสดงออกทางความเห็นแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองคงไม่มีการตอบรับคำเรียกร้องนี้อะไร

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ต้องเจอกับความผิดหวังอีกครั้ง หลังเป็นฝ่ายแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดชิงชนะเลิศ บอลยูโร 2020 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564

 

ทำให้พวกเขายังต้องคอยการบรรลุผลต่อไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยคราวสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการได้แชมป์บอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีมีหลายเสียงวิจารณ์หลังเกมอย่างยิ่ง เกี่้ยวกับการตัดสินใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง อีกทั้ง บูติดอยู่โย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) และก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งอีกทั้งสามรายพลาดหมด

โดยหลังเกม ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 50 ปี ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า “ทั้งหมดทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แม้กระนั้นผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยพิเคราะห์จากภาพรวมในการซ้อม ถ้าคุณจะโทษใคร คนนั้นต้องเป็นผม แน่ๆพวกเขาจะไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แม้กระนั้นเราจะอยู่เคียงคู่เขา”

 

นอกเหนือจากนี้ อดีตกาลปราการหลังสิงโตคำราม ยังได้เปิดเผยถึงต้นเหตุว่าเหตุใดทีมจึงหันมาเล่นเกมรับ และก็ตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีพอเพียง โน่นทำให้เราเจอแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะก่อให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็เช่นเดียวกับการพนัน ถ้าเกิดเราเปิดเกมรุกแลกก่อนหน้านี้ เราก็บางครั้งก็อาจจะแพ้ในช่วงทดเวลาก็เป็นไปได้”

ข้อสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นเหมาะสมที่สุด, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งเหมาะสมที่สุด ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดครองแชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษชี้ขาด 3-2 ครองแชมป์มาครอบครองเป็นยุคที่สองภายหลังจากเคยคว้าทำเป็นสำเร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันทีทันใด ส่วนจะมีอะไรที่น่าดึงดูดกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นเยี่ยมของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมกลุ่ม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ และก็ช่วยทำให้กลุ่มของเขาครองแชมป์ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 1968

นอกนั้นเขายังเป็นผู้เฝ้าประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวมาแล้วข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดหมายและก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นผู้อื่นในรายการ

ทำเนียบนักฟุตบอลเยี่ยม ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน
– ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนทุ่งนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เอ้อร์นานเดซ (สเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดรอส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งเยี่ยม – เปดรี (สเปน)

 

ในตอนที่ เปดรี มิดฟิลด์ของ สเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

นักฟุตบอลวัย 18 ปีลงเล่นแทบทุกนาทีให้กับกลุ่มชาติของเขาข้างหลังถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบก่อนรองชนะเลิศที่พบกับ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแต่นาทีเดียวเพียงแค่นั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีผู้ใดทำ แม้กระทั้งอันเดรส อิเนียสต้าเองก็ไม่ได้ทำแบบงั้น มันช่างเหลือเชื่อ ไม่ซ้ำใคร” หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์กลุ่มชาติโปรตุเกส ที่ทำเป็น 5 ประตูเท่ากับ ขว้างตริก ชิก แผงหน้ากลุ่มชาติสาธาณเมืองเช็ก แต่ตัวรุกแดนฝอยทองคำทำเป็น 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอบครอง

สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

แข่งรวม 51 นัดหมาย

ยิงกันทั้งหมดทั้งปวง 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

กลุ่มที่ทำประตูสูงที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตสูงที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครอบครองบอลเฉลี่ยสูงที่สุด สเปน – 66.8%

ผ่านบอลแม่นที่สุด สเปน – 89.3%

เซฟสูงที่สุด แยน ซอมเมอร์ (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปิทุ่งนาซโซลา (อิตาลี) และก็ เนโก้ (ฮังการี) – 33.8 กม./ชม.

ทำฟาวล์สูงที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นแข้งดังหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูทีมชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด ชมรมยักษ์ใหญ่ที่ลาลีกา ประเทศสเปน หลุดถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แผงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักเตะระดับสตาร์หรอ? ระหว่างการคุยในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน กองหลังเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ กูร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักเตะระดับสตาร์ 3 คน ที่มิได้ลงเล่นในยูโรคราวนี้” ซึ่งกูร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส แล้วก็ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่เขาจะหัวเราะในเชิงยอมเนื่องจากคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลยคำตอบ โดยลิสต์รายชื่อนักเตะให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เอ้อร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

จากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้พูดขึ้นว่า “มาร์กซิยัลหรอ? เขาเป็นนักเตะดังหรอ?” แล้วจากนั้นทั้งยังกูร์กตัวส์แล้วก็แฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันจิตใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดชิงแชมป์ ที่ตระเตรียมฟาดลำแข้งกันยามเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาของไทย

อย่างที่แฟนบอลทราบกันอยู่แล้ว ปีนี้เป็นการแข่งระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นตลอดไปอย่าง ผู้จัดงาน ทีมชาติบราซิล เจอกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา

ปัจจุบัน เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้ครอบครองแชมป์โคปา อเมริกา โดยเหตุผลเพราะเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ตัวรุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มแรกเรื่องราวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด นักข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าอยากที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยเธอได้โพสต์ว่า

“ก่อนที่จะเอาหินมาเหวี่ยงใส่ฉันในที่ชุมชน ฟังฉันชี้แจงก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักวงการบอลบราซิเลียน ใช่ ฉันมีสหายชาวอาร์เจนไตน์หลายท่าน แต่ว่าฉันไม่ได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดชิงโคปา อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แต่ว่าฉันเชียร์เพราะฉันรักบอล และก็ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้ต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่ยุติธรรม!”

ภายหลังจากโพสต์ของนักข่าวสาวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนรักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อฟังข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งเกือบ 100%ก็บอกเหตุผลคล้ายกันนั่นเป็น เชิดชูในฝีเท้าของตัวรุกจากชาติคู่รักคู่แค้น และก็ต้องการที่จะให้สมหวังพลาดท่าในวัย 34 ปี อีกทั้งแฟนบอลบราซิลยังข้องใจจากความผิดพลาดของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ปัจจุบัน เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในหัวข้อนี้ยาวเหยียดว่า

“ผมเป็นคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มสง่า ความฝันของผมชั่วชีวิตเป็นการได้เล่นให้ทีมชาติและก็ได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องเกื้อหนุน”

“ผมไม่เคยจู่โจมหรือคิดจะจู่โจมบราซิล เวลาพวกเขาแข่งอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“ถ้าหากสิ่งนั้นเป็นบราซิล เพราะผมเป็นคนบราซิล และก็ใครก็ช่างที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่มองเห็นต่างออกไป ก็ช่างเถอะนะ ผมให้ความนับถือ แต่ว่าไปลงนรกซะเหอะ”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดที่เจอ ทีมชาติเวเนซุเอลา และก็ ทีมชาติเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ แล้วเขายิงไม่ได้อีกเลย แต่ว่าบราซิลก็ยังแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดชิงแชมป์

โดยนัดนี้จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เจอหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ก่อนหน้าที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย และก็มีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่ง